โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2419 ในนาม “The Oriental” ซึ่งถือเป็นโรงแรมหรูแห่งแรกของสยามในยุคที่กรุงเทพฯ กำลังเติบโตเป็นเมืองท่าที่สำคัญและเปิดรับชาวต่างชาติ โรงแรมแห่งนี้ถูกออกแบบให้หรูหราทันสมัยที่สุดในเวลานั้นจนกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทาง พ่อค้า นักการทูต และนักเขียนชื่อดังที่มักแวะพัก เช่น โจเซฟ คอนราด หรือซอมเมอร์เซ็ต มอห์ม โดยเสน่ห์ของความคลาสสิกและความเป็นตำนานยังคงอยู่แม้เวลาผ่านมากว่า 145 ปี โรงแรมได้พัฒนาขยายห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ ๆ แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์และบริการอันละเอียดอ่อนที่โดดเด่น จนได้รับการยกย่องว่าเป็นโรงแรมระดับโลกที่มีชื่อเสียงด้านการบริการและประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดในประเทศไทย
ทำเลที่ตั้งและวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยา
โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งบางรัก ซึ่งเป็นย่านประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ และยังคงเสน่ห์ความสงบร่มรื่นท่ามกลางความคึกคักของเมืองใหญ่ ทำเลที่ตั้งที่หันหน้าออกสู่แม่น้ำทำให้ผู้เข้าพักสามารถชมวิวแม่น้ำที่สวยงามทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน อีกทั้งยังเดินทางสะดวกด้วยเรือด่วน เจ้าหน้าที่บริการเรือของโรงแรม หรือการเชื่อมต่อกับ BTS สะพานตากสิน รวมถึงใกล้แหล่งช้อปปิ้งชื่อดังอย่างไอคอนสยาม ทำให้โรงแรมไม่เพียงเป็นสถานที่พักผ่อนแต่ยังเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญที่สะท้อนเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ในแบบที่หรูหราและสะดวกสบายไปพร้อมกัน
ห้องพัก สวีท และการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์
ห้องพักและสวีทของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ นับว่าเป็นการผสมผสานระหว่างความหรูหราระดับสากลและเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างลงตัว โดยปัจจุบันมีห้องพักมากกว่า 390 ห้องและสวีทกว่า 35 ห้อง ซึ่งทุกห้องได้รับการตกแต่งด้วยวัสดุชั้นดีอย่างผ้าไหมไทยและไม้สัก พร้อมเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน จุดเด่นที่สร้างความประทับใจให้แขกที่มาเยือนคือวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่สามารถมองเห็นได้จากเกือบทุกห้อง บรรยากาศภายในถูกออกแบบให้หรูหราแต่ยังอบอุ่น ให้ความรู้สึกเหมือนได้สัมผัสศิลปะวัฒนธรรมไทยในทุกมุมของการเข้าพัก
สิ่งอำนวยความสะดวก ร้านอาหาร และ Afternoon Tea
โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันและหรูหราระดับโลก โดยเฉพาะร้านอาหารชื่อดังหลายแห่ง เช่น Le Normandie ร้านอาหารฝรั่งเศสที่ได้รับดาวมิชลิน, Lord Jim’s ร้านอาหารทะเลที่ขึ้นชื่อ และ Bamboo Bar บาร์ค็อกเทลที่เป็นตำนาน นอกจากนี้ยังมี “The Oriental Spa” ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสปาที่ดีที่สุดในโลก มอบประสบการณ์การผ่อนคลายที่ผสมผสานศาสตร์ตะวันออกและการบำบัดสมัยใหม่ อีกหนึ่งไฮไลต์ที่หลายคนไม่พลาดคือ Afternoon Tea ที่ Author’s Lounge ห้องโถงสไตล์โคโลเนียลสีขาวที่งดงาม ให้บรรยากาศเหนือกาลเวลาและเป็นหนึ่งในประสบการณ์สุดคลาสสิกที่สื่อถึงเสน่ห์แท้จริงของโรงแรม
บริการและความหรูหราที่ประณีต
สิ่งที่ทำให้โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ แตกต่างจากโรงแรมหรูทั่วไปคือบริการที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด พนักงานได้รับการยกย่องว่ามีความใส่ใจอย่างเป็นมิตรและอบอุ่นจนทำให้แขกหลายคนรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน คำขวัญของโรงแรมคือการนำเสนอความหรูหราผ่านการบริการที่เรียกว่า “Refinement” ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การให้บริการมาตรฐาน แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่ทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกพิเศษและเป็นคนสำคัญ ทุกขั้นตอนตั้งแต่การต้อนรับจนถึงการดูแลระหว่างการเข้าพักถูกออกแบบมาอย่างประณีต ทำให้โรงแรมนี้ได้รับการยกย่องจากนักท่องเที่ยวและนิตยสารท่องเที่ยวระดับโลกว่าเป็นโรงแรมที่มีการบริการดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก น้ำมันงาดำ สรรพคุณ
รางวัลและการยอมรับระดับโลก
ด้วยคุณภาพที่สม่ำเสมอและชื่อเสียงด้านการบริการ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ ได้รับรางวัลมากมาย เช่น การติดอันดับ “Top 50 Hotels in the World” จากหลายสำนัก, การได้รับเลือกจาก Condé Nast Traveler Gold List และ Traveller’s Choice รวมไปถึงการได้รับกุญแจมิชลินถึง 3 ดอก ซึ่งเป็นการยืนยันว่าโรงแรมแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงที่พัก แต่ยังเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่นักเดินทางทุกคนใฝ่ฝัน การได้รับรางวัลเหล่านี้คือหลักฐานชัดเจนว่าที่นี่คือ “โรงแรมตำนาน” ที่ผสมผสานความหรูหรา ความคลาสสิก และการบริการชั้นยอดไว้ได้อย่างลงตัว
